อาทิตย์, 20 พฤษภาคม 2012
วิธีเปลี่ยน SID บน Widows 7 และ Windows Server 2008 R2 โดยใช้ Sysprep
เขียนโดย @k    วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2009 เวลา 11:13 น.   
อีเมล
( 0 Votes )

ปกติแล้ว เมื่อมีการ Clone Windows นั้น เราจะต้องทำการเปลี่ยน Security Identifiers (SID) เพื่อไม่ให้ซ้ำกับ Windows เดิมที่เรา Clone มา ซึ่งบน Windows XP หรือ Windows Server 2003 นั้นเราสามารถ Download NewSID มาแก้ไขได้ ซึ่งวิธีใช้ก็ง่าย ๆ ไม่ยากมาก

แต่พอจะมาใช้งาน NewSID บน Widows 7 หรือ Windows Server 2008 R2 นั้น NewSID ไม่ Support เพราะบน Widows 7 และ Windows Server 2008 R2 นั้นมี Sysprep ซึ่งสามารถแก้ไข SID ได้อยู่แล้ว

ส่วนวิธีการให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

1. คลิกที่ Start > Run... พิมพ์ Sysprep กด OK

NewSID

2. จะแสดงหน้าต่าง Sysprep โฟล์เดอร์บน c:\Windows\System32

NewSID

3. ให้ทำการ Run ไฟล์ sysprep

NewSID

4. จะแสดงหน้าต่าง System Preparation Tool 3.14 window.

  • เลือก System Cleanup Action เป็น Enter System Out-of-Box Experience (OOBE)
  • เลือก Generalize
  • เลือก Shutdown option เป็น Reboot

NewSID

5. เมื่อ Reboot ขึ้นมาแล้วให้ทำการปรับค่า Country or region, Time and currency, Keyboard input. และยอมรับ EULA จากนั้นก็เปลี่ยน Password ของ Administrator ใหม่

NewSID

เพื่อความแน่ใจให้ใช้ psgetsid ตรวจสอบ SID ดู ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการเปลี่ยน Security Identifiers (SID)

สำหรับการเปลี่ยน SID แบบ Command ให้ใช้ c:\windows\system32\sysprep\sysprep.exe /quiet /generalize /oobe /shutdown

เพิ่มเติม

ในกรณีที่เรา Clone ระหว่าง Physical ยังงัยก็ทำ Sysprep

ในกรณี Windows Server 2008
- กรณีที่เรา Clone แบบ Default(Do not customize ปกติเราชอบ Clone แบบนี้กัน) นะครับ ต้องใช้ sysprep ครับ
- กรณีที่ Clone แล้วเลือก Customize มันจะมีขั้นตอนให้เปลี่ยนค่าต่าง ๆ รวมถึง SID ด้วย

กรณีที่เป็น Windows Server 2003 ลงมา
- ก็เหมือนกันกับ Windows Server 2008 แต่สิ่งที่ต้องทำเพิ่มคือ เราต้องทำการโหลด sysprep จาก Microsoft และ extract ไฟล์ไปวางตาม Sub Folder บน

C:\ProgramData\VMware\VMware VirtualCenter\sysprep (สำหรับ Windows server 2008)

หรือ

C:\Documents and Settings\All Users\Application Data\VMware\VMware VirtualCenter\sysprep\ (สำหรับ Windows server 2003)

ส่วนขั้นตอนทั้งหมดดูตามนี้ครับ
http://kb.vmware.com/selfservice/microsites/search.do?cmd=displayKC&docType=kc&externalId=1005593&sliceId=1&docTypeID=DT_KB_1_1&dialogID=31097134&stateId=0 0 31095900

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 24 มีนาคม 2010 เวลา 10:39 น. )
 

คอมเมนต์คอมเมนต์  

 
0 #1 @k 2009-11-28 01:27
เท่าที่อ่านมา VMware จะเปลี่ยน SID ให้โดยใช้ customize ในกรณีที่ Deploy Virtual Machine from Template หรือ Clone VM นะครับ
อ้างอิง
 
 
0 #2 hacker 2010-03-23 18:02
ได้ sid ใหม่จริง ๆ หรือ(วะ) ท่านลอง psgetsid ดูแล้วหรือยัง กรุณาตรวจเช็คคว ามถูกต้อง ของบทความก่อนนะ
อ้างอิง
 
 
0 #3 @k 2010-03-24 02:01
อาจจะเป็นเพราะอ ธิบายแบบไม่ละเอ ียดนะครับ ขออธิบายเพิ่มเต ิมดังนี้

ในกรณีที่เรา Clone ระหว่าง Physical ยังงัยก็ทำ Sysprep

ในกรณี Windows Server 2008
- กรณีที่เรา Clone แบบ Default(Do not customize ปกติเราชอบ Clone แบบนี้กัน) นะครับ ต้องใช้ sysprep ครับ
- กรณีที่ Clone แล้วเลือก Customize มันจะมีขั้นตอนใ ห้เปลี่ยนค่าต่า ง ๆ รวมถึง SID ด้วย

กรณีที่เป็น Windows Server 2003 ลงมา
- ก็เหมือนกันกับ Windows Server 2008 แต่สิ่งที่ต้องท ำเพิ่มคือ เราต้องทำการโหล ด sysprep จาก Microsoft และ extract ไฟล์ไปวางตาม Sub Folder บน

C:ProgramDataVM wareVMware VirtualCentersy sprep (สำหรับ Windows server 2008 )

หรือ

C:Documents and SettingsAll UsersApplicatio n DataVMwareVMwar e VirtualCentersy sprep (สำหรับ Windows server 2003)

ส่วนขั้นตอนทั้ง หมดดูตามนี้ครับ
http://kb.vmware.com/selfservice/microsites/search.do?cmd=displayKC&docType=kc&externalId=1005593&sliceId=1&docTypeID=DT_KB_1_1&dialogID=31097134&stateId=0 0 31095900
อ้างอิง
 
 
0 #4 @k 2010-03-25 00:09
ตอนแรกก็งงตามที ่คุณ Hacker ทัก ทั้งลองใช้ psgetsid ดูแล้ว มันก็เปลี่ยนให้ นี่หว่า

แต่พอมาดูรูปในบ ทความดี ๆ อ๋อ เจอแล้วรูปที่ 3 ตอนผมเขียนบทควา มนี้ ลืม Checkbox ตัวเลือก Generalize นี่เอง

ตอนนี้แก้แล้วนะ ครับ ต้องขอบคุณคุณ Hacker นะครับ ที่ช่วยแนะนำให้ และขอบคุณสำหรับ เว็บดี ๆ
สำหรับการเปลี่ย น SID แบบ Command โดยใช้ c:windowssystem 32sysprepsysprep .exe /quiet /generalize /oobe /shutdown

แนะนำให้สมัครสม าชิก แล้วมาเขียนบทคว ามในนี้ได้นะครั บ ดูแล้วน่าจะมีคว ามรู้ ไม่น้อยเลยทีเดี ยว
อ้างอิง
 
 
0 #5 kk 2011-09-13 13:48
ทำแล้วครับ บูต ไม่เข้าวินโดว์ จะลงไหม่ก็ไม่ได ้ ใครมีวิธีแก้บอก ที
อ้างอิง
 
 
0 #6 @k 2011-09-13 14:56
Windows อะไรครับ boot ไม่ได้มี error อะไรเปล่า

แล้วลงใหม่ไม่ได ้ลงใหม่แบบ Repair หรือ Format ลงใหม่ครับ
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

Other